[Fic]ulkiora x grimmjow[อุล & กริม Adventure]

posted on 29 Nov 2010 23:43 by fangpoppula
สวัสดีท่านผู้อ่านทุกท่านค่ะ ตอนนี้ขอสารภาพเลยว่ายังไงๆก็ยังงงกับการใช้บล็อกอยู่ดี 555+ รอให้มีโอกาสจะลองนั่งศึกษาดูละกันนะ ตอนนี้ก็ทำนู่นทำนี่มั่วๆไปก่อนละกัน~ (ทำตามยะถากรรมว่างั้นเถอะ เตอะๆ)
เข้าเรื่องกันดีกว่า~  ฟิคเรื่องนี้เราลงไว้หลายเว็บมาก จะเพิ่มอีกสักเว็บคงไม่เป็นอะไรหรอกเนอะ = =" แน่นอนว่าแต่งไว้ค้างปีมานานแสนนนานแล้วช่วงนี้เหมือนจะ(?)มีไฟผุดออกมา ถ้ามีอารมณ์ ข้าน้อยก็จะพยายามแต่งต่อสุดความสามารถอันน้อยนิดนะจ๊ะ~ ยังไงก็ตามช่วยติชมในหลายๆเรื่องด้วยนะคะ จะได้เอามาปรับปรุงต่อไปจ๊ะ ฮึๆๆ~
--------------------------------------------------------------------

-1- บ๊าย บาย ลาส นอร์ เช่ ~~ T0T
แสงจันทร์สาดส่องลงมา ณ อาคารสีขาวที่ล้อมรอบไปด้วยทะเลทรายอันร้อนระอุแต่กลับหนาวเหน็บยามค่ำคืนเอสปาดาร์ No.4 นามอุลคิโอร่ากำลังนั่งหลับตาพริ้มอยู่ที่ขอบหน้าต่าง ในห้องสีขาวบริสุทธิ์ เขากำลังคิดว่า ลาสนอร์เช่แห่งนี้ มันน่าเบื่อพอๆกับเอสปาดาร์หัวสีฟ้าคนนั้น. . . เพราะวันๆ เจ้านี่ได้แต่ตามตื้อขอท้าสู้แย่งลำดับได้ทุกวัน. . .
“เฮ้ย!แกยังไม่หลับใช่มั้ยออกมาสู้กันให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลยสิฟะไอ้ตาเขียว”
เสียงที่คุ้นหูดังมาจากด้านนอกประตูมันยิ่งทำให้ต่อมความเบื่อของหนุ่มตาสีมรกตเพิ่มสูงขึ้นหนักเข้าไปกันใหญ่ แต่เขาก็พยายามเก็บอารมณ์แล้วอยู่นิ่งๆ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“เฮ้ย!ข้ารู้ว่าแกได้ยินเสียงข้านะบอกให้เปิดประตูไงไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน”
. . .เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ<ฮา~~>
ตึง~**
ประตูเหล็กกล้าบานใหญ่ถูกพังลงด้วยพลังหมัดช้างสารเปรี้ยงเดียวจอดของกริมจอว์ แต่เขาก็ต้องหัวเสียกับความว่างเปล่าที่อยู่ภายในห้องนี้เพราะหนุ่มอุลของเรากระโดดลงไปจากหน้าต่างด้วยควาสูง 5 ชั้นเสียแล้วว~~
ร่างสูงยังไม่ละความพยายามที่จะไล่ล่าคู่ต่อสู้ของเขาหลังจากที่สายตาเหยี่ยวกระหายเห็นบุคคลที่เขาต้องการตัวเดินไปตามทะเลทรายทางทิศเหนือ เขารีบใส่เกียร์สุนัขแล้ววิ่งตามร่างเล็กเต็มสตรีมจนในที่สุดก็ตามทัน<โอ้วว. . .สู้จริงนะพ่อกริม =.,=” >
“ เฮ้!แกไอ้ตาเขียวดึกดื่นค่ำคืนแกจะไปไหนของแกฟะ”
.ไปให้ห่างไกลสวะอย่างเจ้า”
ร่างเล็กตอบกลับด้วยเสียงเรียบๆและเย็นชา
“มันจะเกินไปแล้วแก. . .”
เคร้ง!
ดาบของทั้งคู่เข้าปะทะกันโดยแรงโทสะของกริมจอว์เป็นตัวเริ่ม ตอนนี้ต่อให้เป็นลำดับที่ร่างสูงอยากได้แทบเป็นแทบตายจากหนุ่มผิวสีซีดเผือดก็มิอาจเอามาแลกกับความตายที่เขาต้องการมอบให้ไอ้กวนโอ้ยตาเขียวนี่เป็นอันขาด
“แกนี่มันน่าฆ่าทิ้งให้ตายจริงๆอุลคิโอร่า”
“เฮอะ. . .แต่คนอย่างเจ้าไม่มีค่าพอที่จะให้ข้าปลิดชีพได้หรอกเจ้าสวะ”
ร่างเล็กยังพูดด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยียบและใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกเช่นเคย มันยิ่งเป็นแรงก่อให้อารมณ์ของเอสปาดาร์ผมสีฟ้าครามกริ้วโกรธเหมือนเอาไฟมาจุดกับเชื่อเพลิงชั้นดีก็มิปาน ทำให้การต่อสู้ ของเอสปาดาร์ทั้งสองดุเดือดยิ่งกว่าเดิม
ขณะที่ทั้งสองกำลังสาละวนอยู่กับการประหัตประหารกันอยู่ ก็หารู้ไม่ว่ากำลังมีสิ่งแปลกปลอมพุ่งลงมาจากฟ้ามุ่งหน้ามาด้วยความเร็วสูงทางพวกเขาทั้งสองมันเป็นแสงสีทองคล้ายอุกาบาตสีที่ตัดกับท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างดูงามตาเสียนี่กระไร. . .แต่มันก็ยังมีแรงดึงดูดไม่พอที่จะทำให้เอสปาดาร์ทั้งสองหันมาดูความงามของมันเพราะตอนนี้ไอ้บ้าสองตัวกำลังอยากจะฆ่ากันจนเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอมกระมัง- -“
เฟี้ยวววว~~ตูมมม~~
อย่าตกใจไปเสียงนั้นมิได้เป็นเสียงที่เกิดจากการต่อสู้กันของเอสปาร์ดาร์ทั้งสองแต่อย่างใด แต่เป็นเสียงของสิ่งแปลกปลอมที่ตกลงมาใส่ร่างของเอสปาร์ดาร์ทั้งสองอย่างจัง ทั้งสองถูกสิ่งนี้ส่งไปยังที่ๆห่างไกลลาส นอร์เช่ และคงมีเรื่องวุ่นๆและการผจญภัยสุดหฤโหด<?>ที่กำลังรอเอสปาดาร์ทั้งสองอยู่อย่างแน่นอน~~

-2- อุลคิโอร่า&กริมจอว์เปลี๋ยน ไป๋. . .
คุณกริมจอว์. . .คุณกริมจอว์ขอร๊าบบบ><
“อะ. . .อืมมม. . .”
แหมท่านนี่กว่าจะฟื้นก็ปาไปตั้งวันเต็มๆเชียว ข้านึกว่าท่านจะซี้ม่องเท่งซะแล้วโฮ่ๆ เอ้านี่ขอรับน้ำชา- w-
“ อืมมม. . . ขอบใจ”
เจ้าของผมสีฟ้ารับน้ำชามาจากเจ้าภูตจิ๋วผมสีชมพู หน้าตาสัดส่วนทุกอย่างเหมือนซาเอล อพอลโลเปี๊ยบแต่เจ้าตัวเล็กนี่สูงแค่ 1 ฟุตเท่านั้น แถมยังลอยได้อีก- -
“ ซะเมื่อไหร่ละเฟ้ย! แกเป็นใคร ทำไมหน้าตาเหมือนซาเอลอย่างกะแกะโคลนนิ่งแบบนี้ฟะ แล้วไอ้ห้องสีชมพูพิลึกกึกกือนี่มันอะไร”
เจ้าตัวเล็กหัวเราะฮึๆในลำคอกับความรับรู้ทื่อๆของกริมจอว์อย่างขบขันพลางลอยลงมานั่งเก้าอี้ที่อยู่ใกล้ๆกับเตียงที่กริมจอว์นอนอยู่เมื่อครู่
“ ใจเย็นๆซิขอรับท่านกริมจอว์เอาเป็นว่ากระผมจะค่อยๆอธิบายเรื่องทุกอย่างให้ท่านฟัง แต่ตอนนี้กรุณาอย่าเอามือมาบีบหัวกระผมได้ไหมขอรับกระผมเจ็บบบT-T ”
เจ้าของผมสีฟ้ามองเจ้าตัวเล็กอย่างเคืองๆก่อนจะปล่อยมือออกจากหัวกลมๆของเจ้าภูตจิ๋ว เจ้าตัวเล็กกระแอมเสียงอย่างเอาการเอางานและเริ่มแนะนำตัวเอง
“ อะแฮ่มมม. . .งั้นกระผมก็ขอสวัสดีท่านกริมจอว์อย่างเป็นทางการ กระผมมีชื่อว่า ซาคอน ท่านซาเอลสร้างตัวกระผมขึ้นมาเพื่อเก็บข้อมูลน่ะขอรับ”
“ ข้อมูล??ข้อมูลอะไร? ”
พ่อจอมโวยวายเริ่มฉุนเล็กน้อยและกำลังคิดว่าถ้ากลับไปได้จะเข้าไปอัดไอ้นักวิจัยหัวสีชมพูสุดกระแดะนั่นให้เละเลยทีเดียว
“ ฮะๆอันที่จริง ท่านซาเอลต้องการเก็บข้อมูลของฮอลโลว์ที่อยู่ทางเหนือของลาส นอร์ เช่ เท่านั้นขอรับโดยการส่งตัวข้าซาคอนมากับอุกาบาตรที่ตกมาใส่ท่านและเมื่อมันตกใส่ฮอลโลว์ตนใดก็จะพาฮอลโลว์เหล่านั้น มาศึกษาการเอาตัวรอดในโลกที่สร้างขึ้นมาใหม่หรือก็คือโลกที่ท่านกำลังอยู่ในตอนนี้นี่เองขอรับ^__^ ”
“เดี๋ยวก่อนแกจะบอกว่าข้าเป็นพวกสวะอย่างฮอลโลว์ชั้นต่ำๆนั่นน่ะเหรอ”
กริมจอว์ฉุนขาดกับสิ่งที่เจ้าตัวเล็กซาคอนพูดออกมาตอนนี้ลำคอของเจ้าหัวชมพูอยูในกำมือของกริมจิว์เรียบร้อยและอยู่ในสภาพที่พร้อมจะบีบให้แหลกคามือได้ทุกเมื่อ= =”
“ ช้าก่อนขอร๊าบบบท่านกริมจอว์~~ ฟังกระผมพูดให้จบก่อนครับคือ. . .ที่เรื่องเป็นแบบนี้เพราะมันเกิดความผิดพลาดน่ะขอรับ เนื่องจากอุกาบาตที่ตกลงมาต้องใช้พลังกดดันวิญญาณในการเดินทางและมันจะตอบสนองกับพลังกดดันวิญญาณของวัตถุอื่น ช่วงค่ำคืนเป็นช่วงที่ฮอลโลว์จะออกมาหาเหยื่อกันพลุกพล่านเราจึงเลือกที่จะปล่อยอุกาบาตเพื่อสุ่มเอาฮอลโลว์มาวิจัยน่ะครับ แต่มันคงไปตอบสนองกับพลังกดดันวิญญาณที่ท่านปล่อยออกมาเลยไปตกใส่ท่านไงล่ะขอรับT T ”
“สรุปง่ายๆคืออุกาบาตรนั่นมีการตอบสนองกับพลังวิญญาณของพวกเราแล้วส่งเรามาที่นี่ใช่มั้ยครับ^__^”
เสียงอันสุขุมอ่อนโยนต้องทำให้ให้เจ้าภูตจิ๋วและเจ้าของผมสีฟ้าหันไปดูคนที่ยืนอยู่ตรงประตู. . .อุลคิโอร่านั่นเองแต่มันกลับทำให้คนผมฟ้าต้องงงเสียมากกว่า หมื่นวันพันปีไม่เคยเห็นไอ้ตาเขียวส่องนี่พูดจาสุภาพกับใครคนอื่นยกเว้นท่านไอเซ็น แถมรอยยิ้มเปื้อนหน้าที่ไม่เคยมีใครได้เห็นมันมาก่อน โอ้ววว~~ ไอ้โลกบ้านี่มันอะไรกันนะ. . .
“อ้าวกริมจอว์คุงทำไมอ้าปากหวอแบบนั้นล่ะครับ. . .ไม่สบายรึเปล่า??"
หนุ่มผิวสีหิมะซีดเดินเข้ามาหากริมจอว์แล้วเอามือเรียวสวยจับหน้าผาก กริมจอว์ของเราเริ่มช็อกกับความเปลี่ยนไปของไอ้เอสป